🎥 Car Seat จำเป็นแค่ไหนสำหรับลูกน้อย?

https://youtu.be/3_Xd9G4xhCk

🎀💙 Car Seat จำเป็นแค่ไหนสำหรับลูกน้อย?

Car Seat จำเป็นและคุ้มค่าแก่การลงทุนมาก! คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมค่ะ การไม่ใช้ Car Seat เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการสูญเสียบนท้องถนน ทุกครอบครัวควรฝึกลูกน้อยให้คุ้นเคยกับ Car Seat ตั้งแต่เล็กๆ โดยจำเป็นต้องติดตั้ง Car Seat อย่างถูกวิธีด้วยนะคะ

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เผยว่าอุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุหลักอันดับ 2 ของการสูญเสียในเด็กรองจากการจมน้ำ โดยสาเหตุการสูญเสีย 100% เกิดจากไม่ได้ใช้ Car Seat ในประเทศไทยมีผู้ปกครองใช้ Car Seat ไม่ถึง 1% เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงอันตราย

👨‍🔧 วิธีเลือก Car Seat
การเลือกใช้ Car Seat จะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักตัวของเด็กเป็นหลัก ดังนี้
• ทารกแรกเกิดจนถึงอย่างน้อยอายุ 2-4 ขวบ
Car Seat สำหรับเด็กเล็กเป็นที่นั่งแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear-facing Car Seat) เดิม Car Seat แบบนี้ แนะนำให้ใช้จนถึงอายุ 2 ขวบ แต่การศึกษาวิจัยในปัจจุบันแนะนำให้เด็กนั่ง Car Seat แบบหันหน้าไปด้านหลังรถให้นานที่สุดจนกว่าอายุ 4 ขวบหรือตัวโตจนความสูงเกินขนาดของ Car Seat ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสเกิดการหักของกระดูกต้นคอหากเกิดอุบัติรุนแรง

• เด็กอายุ 2-3 ขวบ จนถึง 4-7 ขวบ
สามารถใช้ Car Seat เป็นที่นั่งแบบหันมาด้านหน้าตามปกติ (Forward-Facing Car Seat) โดยมีขนาดที่ครอบคลุมทั้งลำตัวและศีรษะเด็ก โดยมีสายรัดลำตัวเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุดติดตั้งมาพร้อมที่นั่งยึดติดกับรถด้วยเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์

• เด็กอายุ 4-7 ขวบขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี
ควรใช้ Car Seat แบบเป็นที่นั่งแบบหันมาด้านหน้าเช่นเดิม จนกว่าจะโตจนความสูงเกินขนาดของ Car Seat หรือน้ำหนักตัวมากกว่า 18 กิโลกรัม ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ที่นั่งแบบหันไปด้านหน้า ไม่มีสายรัดติดตั้งมากับที่นั่ง (Belt-Positioning Booster Seat) เพื่อเสริมความสูงให้กับเด็กและปรับตำแหน่งเข็มขัดนิรภัยของรถให้พอดีกับลำตัวเด็ก

• เด็กอายุมากกว่า 10 ปี
เด็กอายุมากกว่า 10 ปี หรือนํ้าหนักมากกว่า 28 กิโลกรัม สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยปรกติที่มีใน รถยนต์ได้ โดยไม่ต้องใช้ Booster Seat ทั้งนี้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วสายคาดควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่เด็ก

👦👧 วิธีฝึกลูกน้อยนั่งให้ Car Seat
1. หมั่นมีกิจกรรมให้ลูกติดใจเสียงเราบ่อยๆ เช่น ร้องเพลงร่วมกัน เล่านิทานด้วยเสียงที่น่าสนใจของเรา เพราะช่วงเวลาที่เราขับรถ มือเราไม่ว่าง แต่ปากเรายังสามารถทำงานได้ เพื่อดึงเวลาให้ลูกจดจ่อกับเรามากกว่าตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้อย่างเดียว

2. ก่อนขึ้นรถควรให้ลูกมีความรู้สึกว่า “สามารถควบคุม” ได้บ้าง เช่น ให้ลูกเลือกของเล่น และหยิบของเล่นใส่ถุงเล็กๆ เพื่อไว้เล่นในรถ หรืออาจเป็นเลือกของทานเล่นที่มีประโยชน์ กับของเล่นบางอย่างเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินในรถ หรือบางบ้านที่เดินทางไกลและเด็กอายุมากกว่า 2 ขวบที่ระยะเวลาการดูทีวียังไม่เกินกำหนดก็จะให้เลือกเรื่องที่จะดูในรถได้ (แต่ข้อนี้ต้องระวังการติดทีวีด้วย)

3. การพูดคุยกับลูกช่วงนี้ ไม่ใช่การติดสินบน ไม่ใช่ลูกร้องแล้วส่งมือถือให้ดู หรือลูกร้องแล้วบอกว่า “จะได้กินไอติมเมื่อไปถึงที่หมาย” ความต่างอยู่ที่ว่า เราเป็นคนนำเสนอก่อนที่ลูกจะร้องโวยวาย มักเกิดขึ้นก่อนขึ้นรถ และเป็นข้อเสนอที่เราพิจารณาแล้วว่าเหมาะกับวัย

4. หากลูกร้อง ดิ้น ไม่ยอมแม้แต่จะเข้ามานั่งใน Car Seat เราจำต้องจับตัวลูกให้แน่นๆ เพื่อพาลงที่นั่ง ใช้เสียงที่นุ่มนวลและหนักแน่น บอกลูกว่า “แม่ต้องอุ้มหนูแน่นๆ จะได้เอาตัวหนูลง Car Seat หรือนั่งในนี้หนูจะปลอดภัย” สิ่งสำคัญมากคือ แรงที่เราอุ้มลูกและเสียงที่เราพูด จะต้องสื่อถึงความอ่อนโยนแต่จริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นหงุดหงิด และกระชากตัวกันไป โดยไม่ต้องห่วงเรื่องลูกฟังไม่เข้าใจ แม้จะอายุ 1 ขวบ เพราะเขาจับน้ำเสียงของเราได้

ความสม่ำเสมอของทั้ง 4 ข้อนี้จะจะทำให้เขาเข้าใจได้ในที่สุด

จากข่าวคราวเรื่องอุบัติเหตุที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ดี และสามารถตอบคำถามได้ว่า Car Seat จำเป็นไหม เพราะมันไม่คุ้มเลยถ้าต้องแลกกับการสูญเสียลูกไป พ่อแม่จึงต้องใส่ใจเลือกซื้อ Car Seat ที่ได้มาตรฐาน ติดตั้ง Car Seat อย่างถูกวิธี และฝึกลูกนั่ง Car Seat ตั้งแต่เล็กเพื่อความปลอดภัยนะคะ ช่วงแรกลูกน้อยอาจจะไม่ยินยอม ร้องกระจองอแง แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง พยายามฝึกลูกนั่ง Car Seat ไป อย่าโมโห สงบสติอารมณ์ และเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก เมื่อลูกเริ่มคุ้นเคยแล้ว การได้นั่ง Car Seat ชมวิวระหว่างทาง ก็จะกลายเป็นความทรงจำดีๆ ของครอบครัวได้ค่ะ

Cr. ถึงบางอ้อกับหมอเอ (Dr.Acare) และ The Asian Parent

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

6 กิจกรรมช่วงปิดเทอม เสริมสร้างพัฒนาสมองลูกให้ฉลาดสมวัย

🎀💙 6 กิจกรรมช่วงปิดเทอม เสริมสร้างพัฒนาสมองลูกให้ฉลาดสมวัย

ช่วงปิดเทอมนี้ อยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาร่วมสร้างกิจกรรมให้ลูกน้อยที่ทำได้ง่ายๆ กับครอบครัวกันค่ะ เพื่อเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้ลูกในรูปแบบเกม กิจกรรม สามารถทำได้ในเวลาว่าง มาชวนลูกพัฒนาความรู้ไปพร้อมกันกับกิจกรรมสำหรับเด็กในช่วงปิดเทอมกันนะคะ

1. ชั่วโมงศิลปะ
คุณพ่อคุณแม่เตรียมซื้อสีน้ำ สีเทียน สีไม้ พู่กัน กระดาษ และอื่นๆ ที่จะให้ลูกสร้างงานศิลปะได้เลยค่ะ เพราะกิจกรรมดีๆ ช่วงปิดเทอมคือการให้ลูกสร้างงานศิลปะด้วยตัวเอง เช่น วาดรูปธรรมชาติรอบบ้านที่เห็น ออกไปวาดรูปในสวนหมูบ้าน วาดรูปครอบครัว เป็นต้นค่ะ บางครั้งภาพที่ลูกวาดออกมา อาจกำลังบอกตัวตนและนิสัยของเขาด้วยนะคะ

2. ผู้ช่วยทำอาหาร
วันหยุดสุดสัปดาห์ เวลาที่คุณแม่ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต ชวนลูกไปด้วยสิค่ะ ลองถามว่าเย็นนี้เรากินอะไรกันดี ให้เขาลองเลือกผัก ช่วยหยิบเนื้อหมู เนื้อไก่ เสร็จแล้ว กลับมาบ้านเข้าครัวเริ่มทำอาหารกันค่ะ ขอมอบตำแหน่งผู้ช่วยให้ลูกดูนะคะ ลูกจะเป็นผู้ช่วยที่ดีมากๆ สิ่งที่ให้ลูกทำก็เช่น ล้างผัก เด็ดผัก เจียวไข่ ช่วยหยิบของ เขาจะรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้ทำอาหาร ลูกจะกินอาหารที่ตนเองทำจนหมดจาน จนคุณแม่อดแปลกใจไม่ได้เลยล่ะคะ

3. ร้องเล่นเต้นรำ
นึกถึงการเรียนในชั้นอนุบาลที่คุณครูจะเปิดเพลงให้เด็กๆ เต้นตามในท่าง่ายๆ เพลงก็มักเป็นเพลงสดใส สอนในเรื่องต่างๆ รอบตัว รวมถึงสอนให้มีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตนเอง แล้วก็เต้นประกอบเพลงด้วยท่าต่างๆ ซึ่งเราเชื่อว่ากิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์มากต่อเด็กค่ะ

4. ทำความสะอาดบ้าน
การมอบหมายงานเช่น ถูบ้าน กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ เช็ดฝุ่น ล้างจาน ตากผ้า เก็บผ้า ให้กับเด็กๆ อาจไม่ใช่งานที่เหนื่อยจนเกินไปนัก เชื่อเถอะค่ะว่านอกจากการตั้งใจเรียนแล้ว งานเหล่านี้เด็กๆ ก็ทำได้ แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้อีกด้วย

5. ทำกิจกรรมอาสา
หากวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มาถึง นอกจากพาไปเที่ยวแล้ว ลองหาที่พาลูกไปทำกิจกรรมเหล่านี้นะคะ เช่น บริจาคของเล่น บริจาคเสื้อผ้า หรือเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ เพื่อที่เขาจะได้เป็นเด็กมองโลกให้กว้างขึ้น มีน้ำใจ สอนลูกเป็นผู้ให้ รู้จักแบ่งปันของให้แก่ผู้อื่นค่ะ

6. เล่นกีฬา
มีกีฬามากมายที่เด็กๆ เล่นได้ จะตีแบด ว่ายน้ำ ฟุตบอล ที่เด็กๆ รอให้พ่อแม่พาพวกเขาไปใช้พลังงานที่มีในตัวอย่างล้นเหลือให้หมด โดยเฉพาะการว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมเพราะช่วยให้ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหวต้านไปกับน้ำ ทำให้ร่างกายออกแรงมากขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยง่าย อีกทั้งยังส่งผลดีกับสุขภาพ แถมการเล่นกีฬายังปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับเด็กๆ ได้อีกมากมาย เช่น รู้จักอดทนรอ มีน้ำใจ เป็นต้นค่ะ 👍🏻👩🏻🧑🏻👨🏻🏊🏻‍♀🏊🏻‍♂💦

Cr: www.rakluke.com

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

🎥 ฝึกการเอาตัวรอดในน้ำด้วยทักษะการลอยตัว

https://youtu.be/E0_Y_fQIl34

🎀💙 ฝึกการเอาตัวรอดในน้ำด้วยทักษะการลอยตัว

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งการจมน้ำเสียชีวิตนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม การไม่มีทักษะการว่ายน้ำนั้นคือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่แท้จริง

“การลอยตัวในน้ำ” เป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่คุณครูของ สวิมมิ่ง คิดส์ มุ่งเน้นสอนให้กับน้องๆ ทุกคนมาตลอด เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินน้องๆ ต้องมีสติ และสามารถลอยในน้ำได้ด้วยตนเอง เพื่อรอคอยความช่วยเหลือ แล้วจะสามารถเอาตัวรอดจากการจมน้ำนะคะ

สวิมมิ่ง คิดส์ นำคลิปการฝึกทักษะการเอาตัวรอดในน้ำกับกิจกรรมท่าลอยตัว ท่าแมงกระพรุน ปลาดาวคว่ำ ปลาดาวหงาย ปลาเข็ม และลูกหมาตกน้ำ มาให้ชมกันค่ะ การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและกล้าตัดสินใจหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้กับน้องๆ ได้ ถ้าหมั่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่องรับรองเก่งเหมือนน้องน้ำแน่นอนค่าาา 👍🏻👩🏻🧑🏻👨🏻🏊🏻‍♀🏊🏻‍♂💦

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

16 ไอเท็มที่ควรมีในตู้ยาสามัญประจำบ้านเมื่อลูกป่วย

วันนี้ สวิมมิ่ง คิดส์ ขอแชร์บทความดีๆ “16 ไอเท็มที่ควรมีในตู้ยาสามัญประจำบ้านเมื่อลูกป่วย”

สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งในการดูแลลูกน้อยของเราก็คือการเตรียมยาสามัญประจำบ้านให้พร้อมอยู่เสมอเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้เลยว่าลูกน้อยของเราจะมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยขึ้นมาเมื่อใด  ดังนั้นการเตรียมรับมือถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและยังสามารถทุเลาความเจ็บปวดของลูกเราได้ดีอีกด้วย

ยาสามัญที่ควรมีประจำบ้าน

1. เกลือแร่สำหรับเด็ก

เป็นสารที่ช่วยทดแทนการสูญเสียเกลือแร่และน้ำในร่างกาย จากอาการท้องเสียและอาเจียน นำเกลือแร่มาละลายน้ำอุณหภูมิปกติ หลังจากละลายแล้วไม่ควรเก็บไว้เกิน 24 ชั่วโมง สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ให้ผสมเกลือแร่ดื่ม 2-3 แก้ว / และอายุ 2-5 ปี ให้ผสมเกลือแร่ดื่ม 3-4 แก้ว ถ้าอายุมากกว่า 5 ปี ให้ดื่มเรื่อยๆ จนกว่าจะอาการดีขึ้น และถ้าหากพบความผิดปกติในระหว่างการใช้ผงเกลือแร่ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย

2. ยาทาผื่นผ้าอ้อม

หากลูกน้อยรู้สึกระคายเคืองมีผื่นแดงเป็นปื้นๆ บริเวณที่ใส่ผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำความสะอาดบริเวณที่เกิดผื่น และควรทายาที่เป็นครีมหรือขี้ผึ้งสำหรับผื่นผ้าอ้อมบางๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้บริเวณนั้นเกิดการเสียดสีเพิ่มมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของเบกกิ้งโซดา กรดบอริก การบูร ฟีนนอล เบนโซเคน ไดเฟนไฮดรามีน หรือซาลิซัยเลท เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อผิวลูกน้อยได้

3. มหาหิงค์

ยามหาหิงค์เป็นยาทาภายนอก ใช้ขับลม แก้อาการเกร็ง แก้ท้องเฟ้อ เสียดท้อง วิธีการใช้คือนำสำลีมาชุบและทาที่บริเวณหน้าท้อง ฝ่าเท้าของเด็ก ห้ามนำมาทานหรือผสมน้ำเด็ดขาด ควรเก็บไว้ไกลมือเด็ก และควรทาในที่ที่มีอากาศถ่ายเท

4. ขี้ผึ้งสำหรับทาเวลาแมลงกัดต่อย

ขี้ผึ้งสมุนไพรใช้ทาผิว ช่วยลดการอักเสบติดเชื้อ ฟกช้ำ บรรเทาอาการหวัด แก้ปวด และแมลงกัดต่อยได้ ขี้ผึ้งเป็นยาภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน ไม่ควรวางไว้ใกล้เด็กหรือเผลอเปิดฝาทิ้งไว้

5. คาลาไมน์โลชั่น

ยาคาลาไมล์โลชั่น เป็นยาน้ำแขวนตะกอน แป้งน้ำจะเป็นสีชมพู ที่ใช้บรรเทาอาการคันตามผิวหนัง เช่น ผดผื่นคัน ลมพิษ ผื่นแพ้ เริม งูสวัส เป็นต้น ยานี้เป็นยาที่ปลอดภัยคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็สามารถใช้ยานี้ได้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ซึ่งตัวยาสำคัญของยานี้ก็คือ ซิงค์ออกไซด์ มีฤทธิ์ฝาด ช่วยบรรเทาการระคายเคืองของผิวหนัง ลมพิษ ผื่นคัน ลดอาการอักเสบได้ระดับหนึ่ง ยานี้ห้ามทาบริเวณริมฝีปาก ภายในช่องปาก รอบตา หรือทาลูกตา ใช้ทาบริเวณที่มีอาการคันในขนาดที่พอเหมาะ วันละ 3-4 ครั้ง (หลังอาบน้ำ เช้าเย็น)

การเก็บรักษานั้นควรปิดให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก ต้องเก็บที่อุณหภูมิห้องและให้พ้นแสงแดดหรือที่ที่ร้อนกว่า 30 องศาเซลเซียส หากมีอาการแพ้ควรรีบล้างยาออกด้วยน้ำสะอาดและไปพบแพทย์โดยทันที

6. ยาน้ำแก้ปวดลดไข้

ปัจจุบันยาน้ำแก้ปวดลดไข้มีรสต่างๆ ให้เด็กได้รับประทานได้ง่ายขึ้น ใช้บรรเทาอาการปวดลดไข้ และปราศจากแอสไพรินและแอลกอฮอล์ รับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
– เด็กอายุ 1-2 ปี รับประทานขนาด 1.2 – 1.8 มล.
– เด็กอายุ 6-12 เดือน รับประทานขนาด 0.6 – 1.2 มล.
– เด็กอายุ 0-6 เดือน รับประทานขนาด 0.3 – 0.6 มล.
ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 4 ครั้ง หรือไม่ควรรับประทานยาตัวนี้ร่วมกับยาอื่นที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบและไม่ควรรับประทานยาเกิดขนาดที่แนะนำ ที่สำคัญยาลืมอ่านฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้งด้วย

7. ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก

อาการเป็นหวัดทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็จะหายาลดน้ำมูกมาให้เด็กๆ ได้รับประทานกัน ซึ่งยากแก้แพ้ มีทั้งชนิดน้ำเชื่อมและชนิดเม็ด ยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อมเหมาะสำหรับเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี ลงไป แต่ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 สับดาห์ เพราจทำให้เด็กๆ มีเสมหะที่เหนียวขับออกยาก ส่วนยาชนิดเม็ดเป็นยาที่เมื่อเรามีอาการป่วยเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หรือแพ้อาหารบางอย่างมาก็มักจะกินเพื่อบรรเทา

ยาที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ ก็คงจะเป็นยาชนิดน้ำเชื่อ ซึ่งเด็ก 4-7 ปี ทานครั้งละ ครึ่งถึงหนึ่งช้อนชา เด็กอายุ 1-4 ปี กินครั้งละ ครึ่งช้อนชา โดยไม่มากกว่า วันละ 3-4 ครั้งต่อวัน และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี กินครั้งละ ครึ่งช้อนชา และต้องไม่มากกว่าวันละ 2 ครั้งต่อวัน

8. ยาแก้ไอเจ็บคอเด็ก

ยาแก้ไอมักพบในท้องตลาดจะมีทั้งแบบน้ำ แบบเม็ด ยาแผนปัจจุบัน ยาสามัญประจำบ้านต่างๆ และยาที่เป็นอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ ซึ่งการดูแลเบื้องต้นเมื่อเด็กๆ ไอคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใช้ยาให้ถูกลักษณะการไอของเด็กๆ ด้วย ถ้าใช้ผิดอาจจะทำให้อาการกำเริบมากกว่าเดิมก็ได้ และเป็นอันตรายกับเด็กๆ ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นควรทานยาตามคำสั่งจากคุณหมอเท่านั้น แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องทานเอง แนะนำว่าควรมีใบสั่งยาจากแพทย์ หรือไม่ควรเลือกร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำการใช้ยาเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยกับเด็กๆ นั้นเอง

การรับประทานยานั้น
– เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ให้ใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
– เด็กอายุ 2-5 ปี ควรรับประทานครั่งละ ค่อน (¼) -1 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้งเมื่อมีอาการไอ
– เด็กที่มีอายุ 6-12 ปี ควรรับประทานครั่งละ ค่อน (½)-1 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง

9. ยาทาแผลสด

เด็กๆ กำลังซนก็ต้องคู่กับบาดแผลเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรมียาและอุปกรณ์ทำแผลติดตู้ยาไว้ หากมีกรณีฉุกเฉินเกิดเลือดออกแบบแผลไม่ลึกมากขึ้นมา ก็สามารถนำน้ำเกลือล้างแผล และใช้ยาพวกโพวิโดน-ไอโอดีน หรือพวกยาครีมขี้ผึ้งที่ผสมยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มาทาให้กับเด็กๆ ได้

10. อุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้น

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เว้นแต่ในบ้านของเรา เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมพร้อมสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกเมื่อกับคนในครอบครัวโดยเฉพาะลูกๆ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คืออุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้นนั้นเอง สิ่งที่จำเป็น เช่น ยาล้างแผล ช่วยให้แผลไม่ติดเชื้อ ไม่เป็นบาดทะยัก , สำลี เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆ , พลาสเตอร์ปิดแผล เอาไว้ปิดไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลของเด็กๆ หลังทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้ว , ผ้าพันแผลแบบยืด เมื่อเกิดอาการบวม เคล็ด หรือข้อพลิกต่างๆ ผ้าพันแผลแบบยืดนี้จะช่วยรัดไม่ให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งขยับได้ ลดอาการบวม อีกทั้งยังช่วยห้ามเลือดได้ด้วย

11. ยาทาปาก

ใช้ยาพวกกลีนเซอรีน บอแรกซ์ ที่เป็นนน้ำใสข้น ไม่มีสี หรือจะใช้เจนเชี่ยนไวโอเล็ต ทาแผล ลิ้นแตก เป็นฝ้าขาวได้ แต่ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กๆ ได้ดื่มน้ำเป็นประจำ หรือทานผักผลไม้พวก กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร แคนตาลูป แตงโม มะพร้าว เป็นต้น เพื่อช่วยให้ลูกลดอาการร้อนใน และทำให้แผลหายได้เร็วยิ่งขึ้นนั้นเอง

12. ปรอทวัดไข้

ปรอทวัดไข้เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ควรมีประจำบ้านสักอัน สามารถใช้ได้หลายวิธี ทั้งอมใต้ลิ้น หนีบรักแร้ หรือสอดทางทวารหนัก แต่สำหรับเด็กเล็กหรือทารกคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้เขาอมหรือหนีบปรอท ควรสอดทางทวารหนัก (กรณีปรอทธรรมดา) ส่วนเด็กที่โตมาหน่อย แต่ยังไม่เกิน 5 ขวบ อาจจะงอแงไม่ยอมอม อาจจะต้องให้หนีบใต้รักแร้ ประมาณ 5 นาที ส่วนเด็กที่โตแล้วควรอมไว้ใต้ลิ้นลึกประมาณ 3-4 เซนติเมตร และที่สำคัญก่อนใช้ควรสะบัดปรอทเบาๆ เพื่อให้ปรอทไหลกลับลงกระเปาะให้หมดก่อนนั้นเอง แล้วจึงใช้งานได้ค่ะ

13. เจลลดไข้

ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับคุณแม่ๆ ที่มีลูกเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 10 ขวบ ใช้เมื่อลูกน้อยมีไข้สูงตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่ก็ใช้แปะตรงหน้าผากให้ลูก โดยไม่ต้องเช็ดตัวตลอดเวลา คุณสมบัติก็คือ ดูดซับเอาความร้อนมาไว้ที่เจล ทำให้อุณหภูมิที่หัวของลูกลดลง ซึ่งสะดวกสบายอย่างมาก

14. วิคส์ หรือน้ำมันยูคาลิปตัส

เมื่อไหร่ที่เด็กๆ เป็นหวัดคัดจมูก คุณพ่อคุณแม่ใช้น้ำมันยูคาลิปตัสหรือวิคส์ทาอก ฝ่าเท้า ทาหลัง หรืออาจจะป้ายไว้ที่เสื้อผ้าของเด็กๆ แต่ไม่ควรทาไปที่จมูกของลูกโดยตรง เพราะจะทำให้ลูกน้อยแสบจมูก อีกทั้งเมื่อเด็กๆ เอามือไปโดนจมูกเข้า ก็จะทำให้เด็กๆ เอามือไปป้ายหน้าป้ายตา ทำให้แสบตาไปด้วย หรือถ้าเป็นน้ำมันยูคาลิปตัส คุณแม่ๆ อาจจะหยดบนผ้าหรือหมอน ทำให้เด็กๆ ช่วยจมูกโล่งขึ้น

15. น้ำเกลือล้างจมูก

เมื่อไหร่ที่เด็กๆ เป็นหวัดแล้วหายใจไม่สะดวก การล้างจมูก ล้างน้ำมูกทำให้เด็กๆ หายใจได้คล่องขึ้น แถมยังช่วยกำจัดของเสียและเชื้อโรคในจมูกอีกด้วย

16. ยาแก้ท้องผูก

ท้องผูกเป็นปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะที่ค่อนข้างแข็งมากกว่าปกติ ซึ่งการท้องผูกก็เป็นปัญหาทำให้เด็กๆ มีอาการเจ็บปวดตามมา หรือบางครั้งก็มีเลือดไหลปนมากับอุจจาระด้วยนั้นเอง เมื่อไหร่ที่เด็กๆ มีอาการคุณพ่อคุณแม่ควรหายาแก้ท้องผูกโดยควรปรึกษาแพทย์ถึงการเลือกใช้ยาจึงจะปลอดภัยที่สุด แต่ทั้งนี้ลองให้ลูกดื่มน้ำเปล่าและผักผลไม้ที่มีกากและเส้นใยมากขึ้น ก็ช่วยลดอาการท้องผูกให้กับเด็กๆ ได้ดีอีกด้วย

ยาทั้งหมดนี้ หากมีติดไว้ที่บ้านก็จะเป็นผลดีกับลูก และเมื่อไหร่ที่ลูกน้อยมีอาการแพ้ยาตัวไหนขึ้นมา ควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งการเก็บรักษายาก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ วิธีการเก็บรักษายามีดังนี้

– ก่อนการใช้ยาควรอ่านสลากยาให้ครบถ้วนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
– ควรเก็บยาที่อุณหภูมิห้อง ไม่มีแสงแดดส่อง หรือทิ้งไว้ในรถ เพราะยาจะเสื่อมสภาพได้อย่างง่าย
– ไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่เด็กสามารถหยิบยาได้เอง
– หากยาระบุว่าให้เก็บไว้ในตู้เย็น ห้ามแช่แข็งเด็ดขาด ควรเก็บในช่องปกติ เพราะถ้าแช่ในช่องแข็งจะทำให้ยานนั้นตกตะกอนได้
– ยาน้ำสำหรับเด็กที่มีขวดเป็นสีชา นั้นหมายความว่า ยานั้นต้องไม่ให้โดนแสง ไม่ควรเปลี่ยนภาชนะเป็นแบบใสหรือสีขาว จะทำให้ยาเสื่อมได้นั้นเอง
– ยาบางชนิดที่ต้องระวังเรื่องความชื้นนั้น ควรใส่สารกันชื้นที่มักเห็นเป็นซองเล็กๆ ไว้ในขวดยาตลอดเวลา และปิดภาชนะให้แน่น
– ควรเก็บยาไว้ในภาชนะที่บรรจุเดิมเพราะจะมีการระบุชื่อยาและวันที่ได้รับยา จะทำให้ทราบถึงระยะเวลาในการเก็บยาและทิ้งยาเมื่อหมดอายุนั้นเอง

Cr: Parents One

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

ให้ลูกน้อยเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุเท่าไรดี??

🎀💙 ณ ปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่ต่างหันมาให้ความสนใจส่งลูกน้อยเรียนว่ายน้ำกันตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน เพราะเล็งเห็นความสำคัญของพัฒนาการของลูกในการเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ช่วยฝึกให้ลูกมีความคุ้นเคยกับการอยู่ในน้ำ เรียนรู้มีทักษะการช่วยเหลือตัวเอง และมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจที่ดี

แท้จริงการส่งลูกเรียนว่ายน้ำ สามารถเรียนได้ตั้งแต่ยังเป็นทารก เพราะลูกยังมีความคุ้นเคยกับน้ำตั้งแต่ครั้งเมื่ออยู่ในครรภ์ โดยมีผลวิจัยจากสถาบันเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัย Griffith ของประเทศออสเตรเลียปี 2016 ระบุไว้ว่า “แท้จริงมนุษย์สามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือน หรือเมื่อมีคอที่แข็งแล้ว” ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งเด็กที่เรียนว่ายน้ำจะมีพัฒนาการที่ยั่งยืนกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนว่ายน้ำ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องการเลือกสระน้ำให้ลูกๆ กันด้วยนะคะ!

การเลือกสระว่ายให้เหมาะสมกับลูกนั้น ควรเป็นสระน้ำเกลือ สาเหตุเพราะลูกยังเล็กทำให้ผิวและเยื่อบุตาที่บอบบางไม่เป็นอันตราย รวมถึงฟันของลูกก็จะไม่สึกกร่อน นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำก็สำคัญเช่นกัน ควรเป็นสระน้ำอุ่นที่มีการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 30-33 องศาเซลเซียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่นานาชาติยอมรับว่าเหมาะสมกับเด็กทารกเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระยะเวลาเรียนว่ายน้ำที่เหมาะสมคือประมาณ 30-45 นาที และที่สำคัญควรเป็นสระที่อยู่ในร่มเพราะจะทำให้เด็กๆ สามารถเรียนว่ายน้ำได้อย่างไร้กังวล ไม่ถูกรบกวนจากแสงแดดและสภาพอากาศต่างๆ ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นประโยชน์มากมายของการให้ลูกเรียนว่ายน้ำแล้ว.. อย่ารอช้า เพราะการเรียนว่ายน้ำของลูกมีประโยชน์มหาศาล และถือว่าเป็นกิจกรรมแรกและกิจกรรมเดียวที่ลูกวัยทารกสามารถเรียนรู้และสนุกไปกับการทำกิจกรรมได้ ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนนั้นก็สามารถเห็นผลและวัดผลได้จริง มีการคัดสรรบุคคลากรที่มีคุณภาพ ผ่านการอบรมหลักสูตรจากสถาบันชั้นนำที่ได้มาตราฐาน เพื่อนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้กับผู้เรียนโดยตรงค่ะ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

🎥 ฝึกการรอคอยตั้งแต่เล็กให้เป็นนิสัย เพิ่มความปลอดภัยในการเรียนว่ายน้ำ

https://youtu.be/mHM7zGPuJn4

🎀💙 ฝึกการรอคอยตั้งแต่เล็กให้เป็นนิสัย เพิ่มความปลอดภัยในการเรียนว่ายน้ำ

ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ทำให้คนยุคใหม่มีความอดทนต่ำ รอคอยไม่เป็น ดังนั้นการปลูกฝังวินัยตั้งแต่เล็ก จะช่วยสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้กับเด็กได้ในอนาคต

สวิมมิ่ง คิดส์ ตะหนักถึงความสำคัญของการฝึกการรอคอย จึงเริ่มสอนการว่ายน้ำขั้นพื้นฐานโดยฝึกให้น้องๆ รู้จักการอดทนและรอคอยคำสั่งต่างๆ จากคุณครูและผู้ปกครอง เพื่อป้องกันและลดปัญหาเรื่องความอดทนต่ำ รวมถึงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ฟังคำสั่งอีกด้วยค่ะ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

5 โรคร้าย ที่มาพร้อมกับน้ำท่วม

🎀💙 5 โรคร้าย ที่มาพร้อมกับน้ำท่วม

เนื่องจากตอนนี้มีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ สวิมมิ่ง คิดส์ ขอนำบทความดีๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการสังเกตตนเอง
หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์นะคะ 👨‍🔬💉🏥

ข้อมูลจาก: กรมอนามัย

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

เชื่อมั่นในประสิทธิภาพการสอนของคุณครู Swimming Kids ได้อย่างมั่นใจ

🎀💙 เชื่อมั่นในประสิทธิภาพการสอนของคุณครู Swimming Kids ได้อย่างมั่นใจ

👉👉Swimming Kids มีการจัดอบรมพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ การเรียนการสอนว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเล็งเห็นประโยชน์ต่างๆ ของการเรียนว่ายน้ำในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สมอง สติปัญญา ร่างกายและกล้ามเนื้อทุกส่วน รวมถึงด้านสังคม ภาษาและการสื่อสารอีกด้วย

นอกจากนี้ Swimming Kids ยังได้รับเกียรติจาก Ms. Debby Tattoli จาก 5 Star Swim Schools ประเทศออสเตรเลีย มาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ซึ่งแน่นอนว่าน้องๆ จะได้รับหลักสูตรการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐาน และบุคลากรที่ใส่ใจอย่างใกล้ชิด

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนที่คุณรักที่สุด.. สวิมมิ่ง คิดส์ “ที่สุด เรื่องเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก”

Swimming Kids เปิดให้บริการ 7 สาขา#สอนว่ายน้ำเด็ก #เรียนว่ายน้ำเด็ก #สอนว่ายน้ำทารก

💦 Swimming Kids สาขาพัฒนาการ
พื้นที่ให้บริการ: พัฒนาการ สวนหลวง อ่อนนุช พระโขนง ศรีนครินทร์ พระราม 9 ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาสุขุมวิท
พื้นที่ให้บริการ: สุขุมวิท พระโขนง อ่อนนุช บางนา พระราม 4 คลองเตย วัฒนา ประเวศ

💦 Swimming Kids สาขาพุทธมณฑล
พื้นที่ให้บริการ: พุทธมณฑล บางแค ตลิ่งชัน หนองแขม ศาลายา ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า ภาษีเจริญ

💦 Swimming Kids สาขาเกษตร-นวมินทร์
พื้นที่ให้บริการ: เกษตร-นวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว บางกะปิ บางเขน วัชรพล สายไหม หลักสี่

💦 Swimming Kids สาขารามคำแหง
พื้นที่ให้บริการ: รามคำแหง สะพานสูง คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว ลาดกระบัง

💦 Swimming Kids สาขาเชียงใหม่
พื้นที่ให้บริการ: เชียงใหม่ แม่เหียะ ป่าแดด สุเทพ

💦 Swimming Kids สาขาชลบุรี
พื้นที่ให้บริการ: ชลบุรี บางปลาสร้อย บ้านโขด บางแสนสุข บ้านสวน อ่างศิลา

12 สัญญาณผิดปกติ ของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์

วันนี้ สวิมมิ่ง คิดส์ ขอนำบทความดีๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จาก The Asian Parent มาให้อ่านกันนะคะ

12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์

การดูแลลูกในช่วงแรกเกิดจำเป็นที่พ่อแม่มือใหม่ต้องดูแลใส่ใจเป็นอย่างดี เพราะเด็กทารกแรกเกิดในช่วง 0-28 วัน หรือ 1 เดือน หลังคลอดนั้น ยังมีร่างกายและพัฒนาการที่ยังไม่สมบูรณ์ หากพบอาการผิดปกติหรือหาสาเหตุไม่พบ พ่อแม่ควรรีบพาลูกไปหาคุณหมอเพื่อวินิจฉัยอาการนะคะ

พ่อแม่มือใหม่แทบทุกคนไม่เคยรับมือกับการดูแลเลี้ยงลูกน้อยมาก่อน เมื่อลูกน้อยร้องงอแง หาสาเหตุไม่พบ ไม่เข้าใจว่าลักษณะดังกล่าวเกิดจากอะไร ลองสังเกตอาการเหล่านี้ หากลูกน้อยเข้าข่ายมีอาการดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวลูกน้อย

อาการผิดปกติของทารกที่ควรมาพบแพทย์

1. ลูกตัวเหลืองผิดสังเกต
โดยปกติแล้วทารกแรกเกิดจะมีอาการตัวเหลืองในสัปดาห์แรก เมื่ออายุ 3-5 วันก็จะค่อยๆ เหลืองน้อยลงจนหายได้เอง ซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงและมีสารเหลืองออกมาด้วย และเนื่องจากการทำงานของตับทารกแรกเกิดยังไม่สมบูรณ์จึงกำจัดสารเหลืองได้ช้า จึงเกิดภาวะตัวเหลืองขึ้น แต่ถ้าสังเกตเห็นทารกตัวเหลือง สีผิวคล้ายขมิ้นมากขึ้นหรือนานเกินกว่า 14 วัน โดยเฉพาะทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ลูกมีอาการผิดปกติ ชักเกร็ง และมีพัฒนาการที่ล่าช้ากว่าเด็กปกติได้

2. สะดือมีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือมีเลือดออก
โดยปกติสะดือของทารกจะแห้งและหลุดออกภายใน 5-10 วัน และควรทำความสะดือทุกครั้งหลังอาบน้ำและถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ไม่ควรใช้แป้งโรยบริเวณสะดือ ซึ่งหากพบว่าสะดือของลูกมีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือเลือดออก เกิดการอักเสบ สังเกตเห็นว่าบริเวณรอบๆ สะดือจะบวมแดง ควรรีบพาทารกพบแพทย์

3. ลูกซึม ไม่ยอมดูดนม
โดยปกติทารกแรกเกิดมีความต้องการที่จะกินนมแม่ หากพบว่าลูกน้อยมีอาการซึม ไม่ยอมดูดนม อาจหมายถึงการส่งสัญญาณความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูก เช่น ลูกเจ็บเหงือกเพราะฟันกำลังขึ้น หรือเกิดจากการติดเชื้อราในช่องปาก หูติดเชื้อส่งผลต่อความเจ็บปวดขณะดูดนม หรือความเจ็บปวดที่ส่งผลทำให้ทารกมีอาการดังกล่าว ควรพบลูกไปแพทย์เพื่อหาสาเหตุวินิจฉัยอาการนะคะ

4. ลูกอาเจียน
ลูกสำรอกหรือมีการแหวะนมออกมาเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติของทารก เนื่องจากกระเพาะอาหารของทารกมีขนาดจำกัด หากกินนมเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้ลูกแหวะนมได้ ซึ่งการทำให้ลูกเรอหลังกินนมจะช่วยไม่ทำให้ลูกได้แหวะนม แต่ถ้าลูกอาเจียนทุกครั้งหลังกินนม หรืออาเจียนมากกว่า 5 ครั้งต่อวัน หรือไอหลังจากกินนมเสมอ อาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร หรือเกิดจากการติดเชื้อ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบแพทย์ค่ะ

5. ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยวันหลังละหลายครั้ง
ปกติแล้วทารกที่กินนมแม่จะถ่ายอุจจาระวันละ 4-5 ครั้ง แต่ถ้าลูกน้อยมีอาการท้องเสียสังเกตจากการถ่ายบ่อยมากกว่า 1 ครั้งหลังกินนมแต่ละรอบ มีอุจจาระเหลวปนน้ำ หรือมีมูกเลือดปนอย่างน้อย 1 ครั้ง อุจจาระมีกลิ่นแรงกว่าปกติ อันตรายจากอาการท้องเสียที่สำคัญ คือ การเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรงและยืดเยื้อโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที จะทำให้เด็กเกิดอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง ช็อก และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นเมื่อพบว่าลูกมีลักษณะของอาการท้องเสีย ควรรีบพาลูกไปหาแพทย์

6. ท้องอืด
เป็นเรื่องปกติที่พบทารกมีอาการท้องอืดและผายลมบ่อยได้ เพราะเมื่อลูกน้อยร้องไห้มากหรือกลืนลมเข้าไปมากในขณะกินนมก็ส่งผลให้ท้องอืด วิธีแก้คือจับเรอด้วยท่านั่งหรืออุ้มพาดบ่าหลังจากให้นมเสร็จ หรือให้ลูกนอนคว่ำก็จะช่วยลดภาวะท้องอืดลงได้ แต่ถ้าลูกมีอาการท้องอืดร่วมกับมีไข้ งอแง หรืออาเจียนออก อาจเป็นสัญญาณของปัญหาในระบบการย่อยอาหารที่รุนแรง ควรรีบพาทารกไปพบแพทย์

7. ฝ้าขาวในปาก
ฝ้าขาวภายในช่องปากเกิดจากคราบน้ำนม ควรใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกทำความสะอาดเช็ดออกให้หมด เพราะถ้าเช็ดออกไม่หมดอาจทำให้เกิดเชื้อรา หรือหลังเช็ดมีเลือดออก และเป็นมากบริเวณเพดานปากและกระพุ้งแก้มทั้ง 2 ข้าง หากมีคราบขาวจากเชื้อรามีเยอะหรือหนามาก ลูกจะมีอาการงอแง กินนมได้น้อย น้ำหนักตัวลด ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์

8. มีน้ำไหลออกจากรูหู
หากสังเกตว่าหูลูกมีอาการบวมแดง มีน้ำไหลออกจากรูหู ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรับการรักษานะคะ

9. ลูกมีไข้สูง-ต่ำผิดปกติ
อุณหภูมิที่ปกติสำหรับลูกแรกเกิดนั้นจะอยู่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส และไม่มากหรือต่ำไปกว่า 0.5 องศา ถ้าลูกตัวร้อนวัดอุณหภูมิได้ 37.5 องศาเซลเซียสแสดงว่าลูกมีไข้ ควรลดไข้ลูกด้วยวิธีการเช็ดตัว และถ้าวัดอุณหภูมิมากกว่า 38 องศาเซลเซียสแสดงว่ามีไข้สูง และหากมีไข้สูงมากอาจทำให้เกิดอาการชักได้ ควรรีบพามาพบแพทย์ทันที

10. มีอาการชัก
เกิดขึ้นได้จากลูกมีอาการไข้สูงมาก จะมีลักษณะชักแบบเกร็งหรือกระตุกทั้งตัว เป็นทั้งข้างซ้ายและขวาเท่าๆ กันไม่เกิน 15 นาที ส่วนมากมักจะหยุดได้เองภายในเวลา 3-5 นาที หลังจากชักเด็กจะรู้สึกตัวดี พ่อแม่อย่าเพิ่งด่วนตกใจ ถ้ามีอาการชักนานมากกว่า 5 นาที หรือรอบปากมีรอยเขียวคล้ำควรพาลูกไปหาแพทย์ทันที ระหว่างพามาแพทย์ จับให้ลูกนอนท่าตะแคง หัวต่ำเพื่อป้องกันการสำลัก และหาผ้านิ่มม้วนแน่นๆ สอดที่มุมปากเพื่อป้องกันการกัดลิ้น ห้ามใช้นิ้วหรือวัสดุใดๆ เช่น ช้อน ไปล้วงหรืองัดปากลูกโดยเด็ดขาดนะคะ

11. ลูกดูดนมจนเหนื่อยหอบ
โดยปกติลูกจะใช้เวลาดูดนมไม่เกิน 30 นาทีแล้วหลับเพื่อตื่นขึ้นมาดูดนมในครั้งต่อไป หากลูกมีอาการผิดปกติจะมีอาการซึม ดูดนมได้น้อยลง ร้องไห้งอแง หรือขณะดูดนมมีอาการเหนื่อยหอบ หากมีอาการดังกล่าวแสดงว่าทารกอาจมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

12. โรคตาที่พบในเด็ก
โรคตาที่พบในเด็กเล็ก เช่น ตาอักเสบ ท่อน้ำตาอุดตัน ตาขี้เกียจ ตาเข เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นต้น หากพบอาการผิดปกติควรรีบพาลูกมาพบแพทย์และได้รับการรักษาเนิ่นๆ

ข้อมูลจาก: https://th.theasianparent.com

เบอร์โทรฉุกเฉิน มีไว้อุ่นใจ แชร์ไปได้ประโยชน์

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่มีใครบอกล่วงหน้าได้ เตรียมพร้อมรับความเสี่ยง วันนี้ สวิมมิ่ง คิดส์ รวบรวมเบอร์ฉุกเฉินต่างๆ ให้นะคะ มีไว้อุ่นใจ แชร์ไปได้ประโยชน์ค่ะ